Educational Administration

วอเรน เบนนิส (Warren Bennis) กูรูผู้ถ่ายทอดวิชาการของผู้นำ

     วอเรน เบนนิส (ชื่อเต็มว่า Warren Gameliel Bennis) เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468)  เป็นชาวอเมริกัน จบการศึกษาจาก Antioch College ในปี ค.ศ. 1947 ได้ปริญญาเอกทางด้าน Economic และ Social Science จาก MIT จุดเน้นของท่านคือ Leadership หรือภาวะผู้นำและการพัฒนาองค์กร (Organizational Development)


     เบนนิสเติบโตมาจากตระกูลชาวยิวในนิวเจอร์ซีย์เข้ารับราชการเป็นทหารในปี ค.ศ. 1943 ถึงขนาดได้รับรางวัล Purple Heart และ Bronze Star (เหรียญกล้าหาญ)

     เบนนิสถือเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของ Douglas McGregor ปรมาจารย์ผู้โด่งดังในทฤษฎี X-Y ท่านเป็นผู้ที่พยายามนำหลักการของทฤษฎีลงปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลอย่างจริงจังและเพื่อเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีไปด้วยในตัว

     ในช่วงแรกนั้น หลังจากจบการศึกษาก็ได้เข้าสอนที่ Sloan School of Management ของ MITเบนนิสเคยกล่าวคำคมที่สะท้อนความเป็นจริงแก่นักสร้างฝันอย่างเดียวแต่ไม่เอาจริงเอาจังไว้ว่า “หากมีวิสัยทัศน์ (Vision) แล้วไม่นำลงสู่การปฏิบัติ ในไม่ช้าวิสัยทัศน์นั้นก็จะเป็นเหมือนขี้เถ้าที่ปลิวหายไปในอากาศ”

     ในปี ค.ศ. 1971 ท่านดำรงตำแหน่ง President ของ University of Cincinnati ที่มหาวิทยาลัยนี้ท่านได้วางเป้าหมายไว้ว่า ต้องการที่จะนำ (Lead) มากกว่าที่จะบริหาร (Manage) ดังนั้นจึงได้วางหลักสร้างแนวทางแห่งการเป็นผู้นำไว้ที่สถาบันแห่งนี้ ท่านกล่าวว่า “ผมรู้สึกตัวว่าผมพยายามที่จะเป็นมันทุกอย่างให้กับองค์กร เป็นทั้งพ่อ ผู้แก้ปัญหา คนตรวจสอบ ตำรวจ อาจารย์สอนศาสนา จิตแพทย์ และนายธนาคาร”

     ผลงานศึกษาค้นคว้าของท่านที่สถาบัน MIT ในปี ค.ศ. 1960 (พ.ศ. 2503) ทำให้โฉมหน้าระบบการบริหารจัดการของโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก จากโครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิมที่มีมากมายหลายชั้นเหลือเพียงไม่กี่ชั้น แถมยังมีความเป็นประชาธิปไตยในองค์กรมากยิ่งขึ้น ส่วนแนวทางในการปรับองค์กรทำลายล้างระบบ Bureaucracy มาจากท่านนั่นเอง แล้วกลายมาเป็นรูปทรงขององค์กรมาตรฐานในปัจจุบัน

     ต่อมาในปี ค.ศ. 1979 ท่านไปเป็นศาสตราจารย์ ในมหาวิทยาลัย Southern California และเป็นปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงในสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นประธาน และผู้ก่อตั้ง Leadership Institute ของมหาวิทยาลัยดังกล่าวอีกด้วย

Leadership (ภาวะผู้นำ)

        เบนนิสบรรยายคุณภาพของผู้นำไว้ 6 ประการ คือ

1. Integrity หรือตรงไปตรงมา

        คำว่า Integrity นั้นแปลได้หลายอย่าง ความดีงามก็ได้ ความสมบูรณ์หรือบูรณภาพก็ได้ ความตรงไปตรงมาก็ได้ แต่ที่ท่านพูดไว้หมายถึง Alignment of words and actions with inners values. อ่านไปอ่านมาไปติดที่ Value (ภาษาบริหาร) แล้ว Value คืออะไร จะแปลเป็นภาษาไทยว่าอย่างไรดี

        ต้องมาดูคำว่า Value มีความหมายได้หลายอย่าง เช่น มูลค่า ประโยชน์ หรือคุณค่า ท่านบอกว่า Values are powerful drivers of how we think and behave. แปลได้ความว่า มันคือตัวขับที่ทรงพลังอำนาจของการที่เราจะคิดและทำ

        ดังนั้นสรุปคำว่า Integrity นั้น คือ ความสอดคล้องต้องกันของคำพูดและการกระทำที่เกิดขึ้นจากแรงขับดันที่อยู่ภายในจิตใจของการที่เราจะคิดและทำนั้นเอง หรือคนที่มี Integrity จะเป็นคนที่คิด พูด และทำตรงกัน คนที่มี Integrity จึงเป็นคนที่เชื่อถือได้ คนแบบนี้จะมีวิถีทางการปฏิบัติตนที่คนอื่นเอาไปเป็นเยี่ยงอย่างได้ และสิ่งนี้นี่เองจะสามารถเสริมสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพ และมีวัฒนธรรมอันดีงามได้

2. Dedication หรืออุทิศตน

              คำว่า Dedication หมายความว่า การทุ่มเททั้งเวลาและพลังงานให้กับภารกิจเพื่อให้งานไปข้างหน้า ไม่ใช่การทุ่มเทให้เมื่อไรก็ได้ที่คุณว่าง เพราะฉะนั้นผู้นำจะไม่พูดคำว่า ถ้าผม (หรือดิฉัน) มีเวลา เขาจะทำอะไรลงมือทำทันที ไม่มีการอ้างโน่นอ้างนี่แล้วก็ไม่ทำ

3. Magnanimity หรือใจกว้าง

        ภาวะผู้นำของคนคนนี้จะยกย่อง และให้การยอมรับในความสำเร็จของลูกน้อง และหากผิดพลาดมาเขาก็จะร่วมรับผิดชอบ ขออธิบายเพิ่มเติม เนื่องจากผู้นำต้องมอบอำนาจให้เพื่อให้ลูกน้องมีสมองที่เอาไปคิด และเอาไปทำได้ เมื่อมอบไปแล้วก็ไม่ใช่ปล่อย ต้องตามดูด้วย หากเกิดข้อผิดพลาด คุณก็ต้องกล้าที่จะรับผิดชอบ

4. Humility หรือความนอบน้อมถ่อมตน

        ความหมายก็คือคุณจะเป็นคนที่ไม่ถือตนเหนือคนอื่น ซึ่งต้องเป็นความรู้สึกที่อยู่ภายในจริง ๆ คือไม่เห็นว่าคนอื่นต่ำต้อยกว่าตน ไม่ใช่เสแสร้งทำ มันอาจไม่มีใครรู้ แต่ตัวเองนั่นแหละรู้ตัวเองดี ผู้นำที่มีลักษณะเช่นนี้อยู่ในตัวเขาจะเห็นว่าทุกคนต่างมีคุณค่าเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเราต่างทำหน้าที่ต่างกันเท่านั้น

5. Openness หรือเปิดกว้าง

        คุณสมบัติข้อนี้เป็นความสามารถที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากตนเอง เวลารับฟังใคร คนพวกนี้จะหยุดการตัดสินในสิ่งนั้น ๆ ไว้ก่อน จนกว่าจะฟังจบแล้วใช้วิจารณญาณด้วยเหตุและผล ผสมกับคุณงามความดีที่มีอยู่ในตัวเพื่อตัดสิน

        ผู้นำที่มีคุณสมบัติข้อนี้จะฟังจนจบโดยไม่พยายามที่จะขัด หรือตัดตอนความคิดตั้งแต่เนิ่น ๆ  ตรงนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อื่น เพราะอย่างน้อยเขาจะเห็นว่าคุณรับฟัง อีกประการหนึ่งคนพวกนี้จะไม่ดูถูกความคิดของผู้อื่นว่าไม่เข้าท่าหรืองี่เง่า ท่านว่าคนแบบนี้เป็นคนในยุคสารสนเทศ  เพราะข้อมูลข่าวสารและปัจจัยต่าง ๆ มีมากมาย ดูปัจจัยให้ครอบคลุมเสียก่อนแล้วค่อยตัดสิน อย่าเพิ่งด่วนสรุป

6. Creativity หรือสร้างสรรค์

        ความหมายก็คือการคิดที่แตกต่างออกไป สามารถคิดออกไปนอกกรอบได้ หรือที่เรียกว่า Think outside the box เพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลายกว่าที่เป็นอยู่ สำหรับผู้นำที่สามารถจะมองเห็นอนาคตจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นมองไม่เห็น

        แต่คงมีคนสงสัยบ้างว่า ผู้นำกับผู้บริหารต่างกันอย่างไร ความจริงผมกล่าวไว้ส่วนหนึ่งแล้วในตอนต้น แต่อยากจะชี้ให้เห็นเพิ่มเติมตามแนวความคิดของปรมาจารย์

        ผู้นำนั้นจะให้ความสนใจต่อทิศทาง วิสัยทัศน์ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ ความมีประสิทธิผล และจุดมุ่งหมายขององค์กร ส่วนผู้บริหารจะให้ความสนใจต่อประสิทธิภาพทั้งระยะสั้นและวันต่อวัน ท่านบอกไว้ว่าผู้บริหารสามารถที่จะแปลงกายเป็นผู้นำได้ หากว่าปรับสายตาของตนเองให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

        ปกติผู้บริหารเขาก็จะบริหารของเขาไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประจำที่แก้ไขปัญหาไปเพียงวัน ๆ ในขณะที่ผู้นำกำลังจะสร้างนวัตกรรม ผู้บริหารมุ่งเน้นระบบและโครงสร้าง ผู้นำเน้นที่คน ผู้บริหารมุ่งอยู่แต่การควบคุม ผู้นำสร้างความเชื่อถือ ในขณะที่ผู้บริหารมองไปไกลแค่พื้นข้างหน้า แต่ผู้นำกลับมองไปสุดขอบฟ้าโน่น ผู้นำที่ดีนั้นท่านจะให้ความใส่ใจทั้งภาพเล็กและภาพใหญ่ ยอมเหนื่อยในรายละเอียด และมีความสามารถในการทำให้ลูกน้องเห็นคุณค่าในตัวพวกเขาเอง ผู้นำจะคอยสร้างแรงบันดาลใจด้วยการปลุกเร้าอยู่เสมอ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ลูกน้อง กระตุ้นให้พวกเขาเกิดความกล้าที่จะเสี่ยง และเรียนรู้จากความผิดพลาด สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้จากผู้บริหารที่สนใจแต่เรื่องเฉพาะหน้าไปวัน ๆ

  ส่วนหนึ่งของหนังสือของเบนนิสมี

        Learning to Lead : A Workbook on Becoming a Leader (1997)

        The Future of Leadership : Today's Top Leadership Thinkers Speak to Tomorrow's Leaders

        Managing People Is Like Herding Cats : Warren Bennis on Leadership (1997)

        On Becoming a Leader (1994)

        Leaders : Strategies for Taking Charge (Collins Business Essentials)

        Organizing Genius

        The Power of Truth : A Leading with Emotional Intelligence Conversation with Warren Bennis

        The Corporate Culture Survival Guide (1999)

        The Temporary Society (1998)

        Why Leaders Can't Lead

        The Strategic for Taking Charge

        An Invented Life : Reflections on Leadership and Change (1993)

        The Unconscious Conspiracy

        Leading for a Lifetime : How Defining Moments Shape Leaders of Today and Tomorrow

อ้างอิง : วอเรน เบนนิส (Warren Bennis) กูรูผู้ถ่ายทอดวิชาการของผู้นำ

แก้ไข